เปิดชีวิต ผู้ประสบภาระหนี้ ช่วงโควิด-19
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานสถานการณ์หนี้สินครัวเรือนไตรมาส 2 ของปี 2564 มูลค่ากว่า 14.24 ล้านล้านบาท คิดเป็นเกือบ 90% ต่อจีดีพี ส่วนหนึ่งที่ตัวเลขพุ่งสูงขนาดนี้มาจากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 หลายคนที่มีหนี้ภาระหนี้ในช่วงนี้ ต้องตกงาน เร่หางานใหม่ ทำหลายอาชีพเพื่อมาจุนเจือค่าใช้จ่ายในครอบครัว
ในช่วงเย็นของทุกวัน กิตติภูมิ ชาบาง หนุ่มโสดวัย 42 ปี หลังจากเลิกงานตำแหน่งพนักงานจัดการสต็อกของร้านอาหาร ก็ต้องมาประจำการอีกหน้าที่ คือ “พนักงานส่งอาหาร” เพื่อหารายได้เสริมมาเลี้ยงดูตัวเองและแม่ รวมทั้งจ่ายภาระหนี้สิน ทำให้เขามีรายได้เสริมจากงานประจำเพิ่มขึ้นวันละ 300-500 บาท หรือตกประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน ต้นเหตุของภาระหนี้สิน ย้อนไปเมื่อช่วงปี 2556
เมื่อตอนเป็นพนักงานสินเชื่อรถ กิตติภูมิ ยอมรับว่า ตอนนั้นมีรายได้สูงบวกกับต้องไปพบลูกค้า ไปสังสรรค์อยู่บ่อยครั้ง ทำให้ต้องเพิ่งบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด รวม2ใบ วงเงินรวมเกือบ 100,000 บาท มาใช้จ่าย ช่วงนั้นมั่นใจว่าจัดการหนี้ได้ แต่อยู่ๆมีเหตุให้ต้องออกจากงาน ทำให้ 2 ปีหลังมานี้ เขาต้องออกจากอาชีพที่มีรายได้ดี ไม่มีกำลังจ่ายหนี้บัตรต่างๆ จ่ายได้แค่ขั้นต่ำเพื่อยื้อเวลา
แต่ก็ต้องมาเจอกับวิกฤตโควิด19 ซ้ำไปอีก สุดท้ายก็แบกภาระไม่ไหวต้องหยุดจ่ายหนี้ทั้งหมดเป็นเวลาเกือบ 1 ปี จนยอดหนี้รวมดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นกว่า 1 แสนบาท จึงได้สินใจขอคำปรึกษาจากคลินิกแก้หนี้ ตามคำแนะนำของน้องสาว ยื่นใบสมัครเพื่อเจรจากับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ ทำให้เขาสามารถผ่อนชำระเป็นยอดเดียวและขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้มากขึ้น
สำหรับการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ หรือการเดินเข้าไปหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาหนี้ แต่สิ่งสำคัญ ทุกคนควรแก้ที่ต้นเหตุของการก่อหนี้ นั่นคือ การไม่ใช่จ่ายเงินตัว การวางแผนการเงิน และการรู้จักเก็บออม เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตค่าใช้จ่าย หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
ติดตาม “ฝ่าวิกฤตโควิด ฟื้นเศรษฐกิจไทย 65” ในพีพีทีวีสัญจร ครั้งที่ 2ในวันที่ 13 ธ.ค. 64 เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป ถ่ายทอดสดทาง Facebook และ YouTube PPTV HD 36
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB